แย่กว่าซีซั่นก่อน

แย่กว่าซีซั่นก่อน ปีเตอร์ เคร้าช์ อดีตหัวหอกร่างโย่งที่ตอนนี้ผันตัวไปปฏิบัติหน้าที่ข้ารูให้กับ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นแนวหน้าของเมืองผู้ดีนั้น

แย่กว่าซีซั่นก่อน กล่าวว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้ “ลิเวอร์พูล” ส่งผลงานไม่เสมอต้นเสมอปลายเท่าที่ควรเป็นด้วยเหตุว่า โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไม่อาจจะยกฐานะฟอร์มการเล่นได้

โดยเฉพาะในด้านวิธีการทำประตูจนถึงทำให้เพียงพอขาด ซาดิโอ มาเน่ กับ ดีโอหรูหรา โชต้า ไปแล้วนั้น หน้าที่กระบวนการทำประตูเลยขึ้นกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นหลัก

ดังนี้ แท้จริง ฟีร์มีโน่ ก็โดนบางคนตำหนิเรื่องฟอร์มการเล่นในระดับหนึ่งมาพักใหญ่แล้ว โดยที่กูรูบางคนเห็นว่าถ้าเกิดท้ายที่สุดตอนสุดท้ายฤดูกาลนี้ หงส์แดง จะต้องขายผู้ใดกันแน่ในแนวรุกแล้วล่ะก็ ฟีร์มีโน่ ก็จะเป็นผู้ที่ถูกเบอร์ แม้กระนั้นฟอร์มทุกด้านของเขาห่วยแตกลงใช่หรือไม่ ? ซึ่งวันนี้พวกเราก็ส่งผลงานสถิติของเขามาเทียบให้มองเห็นถ้าจะช่วยทำให้ท่านตกลงใจก้าวหน้าขึ้นในระดับหนึ่ง บ้านผลบอลทีเด็ด

แน่ๆว่าเรื่องทำคะแนนไม่ใช่หน้าที่หลักของ ฟีร์มีโน่ เนื่องจากเขาเป็นกองหน้าชนิดสายช่วยเหลือแนวรุกทั้งยัง 2 ข้างอย่าง ซาดิโอ มาเน่ รวมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มากยิ่งกว่า แม้กระนั้นเมื่อได้โอกาสที่จะทำแต้มแล้วนั้นจอมบุกชาวบราสิเลียนก็จึงควรปิดสกอร์ให้ได้เพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของเพื่อนพ้องๆได้ในระดับหนึ่ง

ดังนี้ ในช่วงฤดูกาลนี้ ฟีร์มีโน่ มีค่าเฉลี่ยจังหวะยิงเท่ากับฤดูกาลก่อน เนื่องจากว่าของฤดูนี้อยู่ที่ 2.4 ครั้งต่อเกม ส่วนของฤดูกาลที่แล้วอยู่ที่ 2.6 ครั้งต่อนัดหมาย และก็ปริมาณประตูก็ห่างกันแค่เพียง 3 ลูกเพียงแค่นั้น โดยถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้เขาจะยังทำไปเพียงแค่ 6 ลูก แม้กระนั้นก็ยังได้โอกาสทาบผลงานในช่วงฤดูกาลก่อนที่จะยิงไป 9 ประตูได้อยู่ เพราะว่ายังเหลือเกมให้เล่นอีกหลายนัดหมาย

แย่กว่าซีซั่นก่อน

อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพของการยิงนับว่าเป็นสิ่งที่ดร็อปลง ด้วยเหตุว่าฤดูก่อนเขามีค่าเฉลี่ยการยิงตรงกรอบอยู่ที่ 1.11 ครั้งต่อเกม แม้กระนั้นฤดูกาลนี้เพิ่งจะทำเป็นเพียงแต่ 0.96 ครั้งต่อนัดหมายแค่นั้น

อย่างที่บอกไปว่าหน้าที่หลักในแนวรุกของ ฟีร์มีโน่ เป็นการซัพพอร์ตสหายๆและก็หนึ่งในภารกิจการเป็นผู้ปิดทองหลังพระของเขาก็คือการจ่ายบอลให้บุคคลอื่น โดยฤดูกาลที่แล้วเขาสามารถผ่านบอลตรงเป้าได้ 79.6 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งยังมีค่าเฉลี่ยการจ่ายบอลที่นับว่าเป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอีก 1.4 ครั้งด้วย

แย่กว่าซีซั่นก่อน

ที่จริงแล้วฤดูกาลนี้ ฟีร์มีโน่ ยังผ่านบอลได้แม่นยำกว่าฤดูกาลก่อน เพราะเหตุว่าทำไปแล้ว 81 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี การจ่ายบอลที่เป็นจังหวะสำคัญของเขาก็เหลือเพียง 1 ครั้งต่อนัดหมาย และก็เปอร์เซ็นต์การส่งบอลระยะราว 15-30 หลาตรงเป้าของเขาก็ยังทำเป็นไม่ดีเท่าฤดูก่อนด้วย ด้วยเหตุว่าฤดูกาลที่แล้วส่งผลงานด้านนี้ 82.9 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าของฤดูนี้กำลังอยู่ที่ 80.3 เปอร์เซ็นต์ เพื่ออนาคตที่ดี

เว้นแต่ฤดูกาลก่อนที่จะทำคะแนนเองได้ 9 ลูกแล้วนั้น ฟีร์มีโน่ ยังมีส่วนสำหรับในการขึ้นเกมรุกที่สุดด้านหลังแล้วค่อยนำไปสู่การได้ประตูของ หงส์แดง สูงถึง 19 ลูก หรือคิดเป็นค่าถัวเฉลี่ย 0.57 ลูกต่อนัดหมาย โดยแบ่งเป็นจากการจ่ายบอล 14 ครั้ง, การดึงเลี้ยงบอล 4 ที และก็การยิงให้แนวรับของคู่ต่อสู้สกัดออกมาก่อนที่จะสหายจะสืบต่อจากจังหวะนั้นจนถึงทำคะแนนได้ 1 รอบ

แต่กระนั้น ฤดูกาลนี้จำนวนด้านดังที่ได้กล่าวมาแล้วก็ตกลงอย่างน่าตกใจ เพราะว่าเขามีส่วนสำหรับเพื่อการขึ้นเกมรุกที่สุดด้านหลังแล้วค่อยนำไปสู่การได้ประตูเพียงแต่ 5 ครั้ง คิดเป็น 0.27 ลูกต่อนัดหมาย โดยมันมาจากการผ่านบอลทั้งสิ้น โดยแท้จริงผลงานด้านนี้ของเขาก็ยังแย่กว่าฤดูกาล 2018-19 ด้วย เพราะในขณะนั้นจำนวนด้านนี้ของ ฟีร์มีโน่ มากถึง 0.52 ครั้งต่อเกมร่วมกัน

หงส์แดง กลับมาคืนฟอร์มชั่วร้ายอีกทีบุกกระหน่ำ คริสตัล พาเลซ 7-0 โดยเกมนี้ ทาคูมิ มินามิโนะ เปิดฉากลูกแรกในลีกได้เสร็จ ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีร์โน่ ควง โม ซาลาห์ กดเบิ้ล พา “ลิเวอร์พูล” ยึดผู้นำฝูงถัดไปพร้อมทำแต้มหนี สเปอร์ส รองฝูงเป็น 6 คะแนนชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอนวันที่ 19 ธันวาคมก่อนหน้านี้

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษคู่แรก ทุกวันเสาร์ที่ 19 เดือนธันวาคม 2563 ที่สนาม เซลเฮิร์ท พาร์ค เป็นการเจอกันระหว่าง คริสตัล พาเลซ กลุ่มชั้น 12 เจอ หงส์แดง ผู้นำฝูง

รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้จัดการทีม คริสตัล พาเลซ เกมนี้มีปัญหาการจัดกองทัพเมื่อไม่มี คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ติดโทษแบนจากการโดนใบแดง โดยคู่หน้าส่ง วีลฟรีด ซาฮา ลงล่าตาข่ายร่วมกับ จอร์แดน อายิว

ช่วงเวลาที่ หงส์แดง ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ตกลงใจดร็อป โม ซาลาห์ ไว้ที่ม้านั่งสำรองแล้วมอบโอกาสกับ ทาคูมิ มินามิโนะ จอมบุกชาวญี่ปุ่นลงเป็นสามประสานในแนวรุกร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ ละ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

ครึ่่งแรกเปิดฉากมาเพียงแต่ 2 นาที หงส์แดง ได้ประตูขึ้นนำอย่างเร็ว 1-0 ซาดิโอ มาเน่ ส่งบอลยัดให้ ทาคูไม่ ไม่นามิโนะ ในจุดโทษ ก่อนที่จะกลับตัวตวัดยิงด้วยขวาจ่ายบอลเข้าประตูไป พร้อมทั้งเป็นประตูแรกของจอมบุกชาวญี่ปุ่นในศึกรีภรรยาร์ลีก

ต่อไป พาเลซ เริ่มตั้งเกมของตนได้มีโอกาสขึงบุกใส่ได้ตลอด นาทีที่ 28 จากจังกวะฟรีคิกทางฝั่งขวา เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ เปิดเข้าจุดโทษให้ จอร์แดน อายิว ได้กระแทกเน้นๆแต่บอลไปตรงตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ รับเข้าซองสบาย

By admins